ผู้เขียน: Anderson, Annie S., Baker, Jennifer L., Bianchini, Franca, Breda, João, Byers, Tim, Clearly, Margot P., Colditz, Graham, Di Cesare, Mariachiara, Gapstur, Susan M., Grosse, Yann, Gunter, Marc, Herbert, Ronald A., Hursting, Stephen D., Kaaks, Rudolf, Lauby-Secretan, Béatrice, Leitzmann, Michael, Ligibel, Jennifer, Loomis, Dana, Renehan, Andrew, Romieu, Isabelle, Scoccianti, Chiara, Shimokawa, Isao, Straif, Kurt, Thompson, Henry J., Ulrich, Cornelia M., Wade, Katlin, Weiderpass, Elisabete
เผยแพร่: 24 สิงหาคม 2559
คณะทำงานจัดทำคู่มือของ IARC ได้ทบทวนงานวิจัยทางระบาดวิทยามากกว่า 1,000 ชิ้น และสรุปว่ามีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าการไม่มีไขมันส่วนเกินในร่างกายช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกชนิดที่ 1 นอกจากนี้ ยังพบความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณไขมันกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีความเสี่ยงสัมพัทธ์ประมาณ 1.5 สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (ค่า BMI 25.0–29.9) 2.5 สำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับ 1 (ค่า BMI 30.0–34.9) 4.5 สำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับ 2 (ค่า BMI 35.0–39.9) และ 7.1 (ช่วงความเชื่อมั่น 95% คือ 6.3–8.1) สำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับ 3 (ค่า BMI ≥40.0) เมื่อเทียบกับผู้ที่มีค่า BMI ปกติ ในกลุ่มสตรีที่ได้รับการบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างไขมันส่วนเกินในร่างกายกับผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นลดลง คาดการณ์ว่าในปี 2556 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตประมาณ 4.5 ล้านคน ซึ่งเป็นผลมาจากการมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน โดยภาระของมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 9% ของภาระมะเร็งทั้งหมดในกลุ่มสตรีในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และตะวันออกกลาง